FicTion

[Fiction Kamen Rider W] Te wo Nigiri de Hatsuyuki no naka

posted on 26 Nov 2009 23:50 by yusayo1994  in FicTion

เอนทรีที่แล้วนอยไปนิด ไม่ถึงขั้นวิกเน่อออ
แค่ปอยผมล่ะ (ของอุราทารอสอ่ะ)
แต่ผ่านไปแล้วก้ช่างมันเถอะนะงิ

มาอ่านฟิคดีก่า

 

ใสๆรับลมต้นฤดูหนาวหน่อย

 

Title : 手を握りで初雪の中 [Te wo Nigiri de Hatsuyuki no naka]

Original : Kamen Rider W [Double]

Paring : Hidari Shotarou*Philip

Rate : PG-12

 

     อากาศหนาวเย็นเพราะอุณหภูมิอากาศที่ลดลงมาเหลือเพียงตัวเลขหลักเดียวทำให้เด็กหนุ่มห้องสมุดที่เดินออกมาจากโรงจอดรถต้องเอ่ยปากถามหาคำตอบจากคู่หูของตนที่ตอนนี้กำลังนั่งจิบกาแฟร้อนอย่างสบายใจ

"โชทาโร่ ทำไมอากาศของวันนี้มันไม่เหมือนเมื่อวานล่ะ?"
"ก็เข้าฤดูหนาวแล้วนี่ อากาศจะเปลี่ยนก็เป็นเรื่องธรรมดาล่ะนะ แต่ถึงอากาศจะเปลี่ยนยังไง ความเป็นฮาร์ดบอลยด์ของชั้นก็ไม่ลดลงไปหรอกเฟ้ย" เจ้าของเสียงตอบอย่างภาคภูมิใจ แต่ดูท่าว่าคนตรงหน้าไม่ฟังเลยซักนิด
"ฤดูหนาว..เหรอ?" ฟิลิปฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะรีบเดินจ้ำเข้าไปในโรงจอดรถที่พึ่งออกมาให้ไว
"เจอคีย์เวิร์ดอีกแล้วสิน่า หมอนี่.."


เวลาผ่านไปกว่าค่อนวัน กว่าร่างเล็กจะเดินออกมา เล่นเอาโชทาดร่หลับไปถึงสามรอบเลยทีเดียว


"โชทาโร่ ลุกขึ้นมาก่อน!" มือขวาที่ไม่ได้ถือหนังสือจับปกคอเสื้อกั๊กสีดำของวินด์สเกลแล้วเขย่าเหมือนลูกแมวตะปบบอลไหมพรมเล่น
"โชทาโร่!" คราวนี้ฟิลิปต้องใช้ถึงสองมือเพื่อที่จะกระชากขึ้นมา แต่แรงของตนที่มี ไม่อาจสู้แรงต้านของนับสืบหนุ่มไหว ทำให้ร่างเล็กๆนั้นลงไปนอนอยู่บนเตียงข้างๆกายของโชทาโร่..


"อะไรของนายกันน่..อ้าว เฮ้ย!" เสียงทุ้มตะโกนอยู่ตกใจ ภายในดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองเห็นริมฝีปากสวยได้รูปที่น่าจูบ คอขาวระหงส์รับกับกระดูกไหปลาร้าที่พ้นออกมาจากเสื้อจนเกือบหมด

"ม..มีอะไรล่ะ?" โชทาโร่เบือนหน้าหนีทำเป็นจะลุกโดยที่ซ่อนใบหน้าแดงๆไว้ ถ้าขืนให้เห็นมีหวังเจอซักถามแล้วเอาไปเสิร์ชอาการแบบนี้แน่ๆ
"'ฤดูหนาว' ที่นายบอกมา ผมลองไปหาดูมาแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจอย่างนึงคือประโยคที่ว่า 'เป็นฤดูที่คู่รักมักจะไปเดินจับมือกันท่ามกลางหิมะ' จะว่าไปแล้ว.. 'หิมะ'.." เป็นเรื่องปกติของหมอนี่ไปแล้ว.. ที่หลังจากหาคีย์เวิร์ดแล้วมาสาธยายให้คนที่ใกล้ตัวที่สุดฟัง..
"เดี๋ยวก่อน! ฟิลิป!" ร่างสูงรั้งตัวเด็กหนุ่ม มือขวาแกร่งของโชทาโร่จับแขนซ้ายของฟิลิปไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"อะ.. ขอโทษ"
"มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?"

 

...

"..ออกไปเดินดูหิมะของจริงดีกว่ามั้ยล่ะ.."

...

"หืม? หิมะเหรอ.. ไปสิ!" ในขณะที่โชทาโร่กำลังจะหันหลังกลับไปหยิบของให้ ฟิลิปก็ชิงเดินออกไปก่อนเสียซะแล้ว
"ให้ตายเถอะ ทำตัวเหมือนเด็กๆไปได้.."


..อากาศข้างนอกตอนนี้อุณหภูมิประมาณ 3 องศา หมอนั่นออกไปด้วยเสื้อผ้าบางๆไหวได้ไงน่ะ?..


"ช้าจริงนะ โชทาโร่"
"อา..โทษที" แล้วทำไมผมต้องขอโทษด้วยล่ะ..
"นี่สินะ ที่เรียกว่าหิมะน่ะ" ฟิลิปย่อตัวลงแล้วใช้มือเปล่ากวาดเกล็ดน้ำแข็งที่อยู่กันเป็นกลุ่มเข้ามากองรวมกันบนมือ โชทาโร่เห็นก็เกิดอาการเอ็นดู เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป
"อ่า ใช่ ว่าแต่นายไม่หนาวบ้างเลยรึไง? ใส่เสื้อผ้าบางๆแบบนี้ออกมาน่ะ"
"..หนาว..เหรอ?"

     โชทาโร่หยิบของที่หยิบติดมือมาด้วยก่อนที่จะเดินออกมาข้างนอกส่งให้ร่างเล็กด้วยท่าทางที่ดูร้อนรนนิดหน่อย
"เอ้านี่..ใส่มันซะ..ตัวนายเย็นจนจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้วนะเฟ้ย" ใบหน้าคมหันหนีเพื่อซ่อนใหน้าที่กำลังขึ้นสีแดงจัด ไม่รู้ว่าเพราะเขินหรือเพราะอากาศที่เย็นจัดกันแน่
"มันคือ..?"
"เสื้อกันหนาวน่ะ..ของวินด์สเกลเลยนะเฟ้ย ราคาก็ใช่เล่น ถนอมมันหน่อยล่ะ" มันคือเสื้อกันหนาวสีส้มที่วินด์สเกลทำออกมาใหม่ล่าสุดนั่นล่ะ.. ราคาร่วมๆ 9,000 เยนเลย..

"งั้นเหรอ?"
"แล้วที่ว่า 'เป็นฤดูที่คู่รักมักจะไปเดินจับมือกันท่ามกลางหิมะ'นี่มันหมายความว่ายังไงล่ะ โชทาโร่"
"มาสิ.."

ผมยื่นมือขวาออกไปเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้า คอยดูปฏิกิริยาว่าจะเป็นยังไงต่อไป


"..."
มือเล็กๆข้างซ้ายถูกวางลงบนมือของผม ผมบีบมือนั้นไว้หลวมๆ แล้วเดินไปข้างหน้าด้วยกัน

     เวลานั้น..โชทาโร่ไม่สนใจสายตาใครอื่นใด แม้แต่อากาศที่เย็นเยียบในยามนั้น ก็ไม่รู้สึกถึงมันซักนิด
ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองเจ้าของมือที่กำลังจับอยู่ ร่างบางในเสื้อกันหนาวสีส้มทำให้ดูตัวเล็กลงไปอีกเมื่อเทียบกับยามปกติซะอีก..

     ทั้งสองเดินผ่านต้นไม้ที่กำลังผลัดใบ เป็นจังหวะที่ลมพัดพาโถมเข้ามา
เหล่าใบไม้พากันลาจากกิ่งไม้ ปลิวลงมาที่ตำแหน่งของทั้งสองคนเดินด้วยกัน ราวกับต้องการสร้างบรรยากาศสบายๆ

 

End.

 

 

แปลกๆเนอะ....
เหมือนจะหลุดคาแร็คเตอร์..

 

อยากได้คนเขียนภาพปลากรอบอะ

เขียนเป็นโดเลยก็เจ๋ง (ฮา)

 

 

ไปนอนดีก่า~

[Fiction Kamen Rider DCD] Before End of Agito's World

posted on 03 May 2009 12:18 by yusayo1994  in FicTion

Title : Before End of Agito's World [Kamen Rider DCD]
Pairing : Kadoya Tsukasa x Onodera yuusuke
Rate : PG-15

          ริมระเบียงบ้านฮิคาริที่เงียบสงัด มีเพียงคนๆเดียวที่กำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ลมเย็นๆพัดมาทำให้ยูสึเกะนั้นไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใด
ตอนนี้ยูสึเกะกำลังนั่งกลุ้มใจกับที่ว่าเขาจะปล่อยอาเนะซังให้อยู่กับโชอิจิต่อไปหรือว่าเค้าจะอยู่ที่โลกของอากิโตะนี้....
ร่างเล็กคิดพลางนิ่วหน้าด้วยความไม่สบายใจ แล้วก็ต้องรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังเดินมา

"ไง นั่งเครียดอะไรอีกล่ะ" เสียงของสึคาสะติดเย้ยหยันพร้อมด้วยใบหน้าราบเรียบแฝงแววหยิ่งน้อยๆเดินเข้ามาถาม
"เอะ... ก็ปล่าวนี่"  นัยน์ตาที่แฝงไปด้วยความคิดถึงพี่สาวหันไปหาเจ้าของเสียงแล้วก็หันไปมองข้างหน้าอย่างเลื่อนลอยไม่มีที่สิ้นสุด

"อ๊ะ ว่าแต่สึคาสะ นายยังไม่นอนอีกเหรอ"
"ยัง นอนไม่ค่อยหลับน่ะ" สึคาสะตอบเรียบๆโดยไม่มีเหตุผลเหมือนเคย จะว่าฟังไม่ค่อยขึ้นก็อาจจะได้
"นายนั่นแหละยังไม่นอนอีกเหรอ" เขาถาม
"ก็แค่นั่งคิดอะไรเพลินๆน่ะ"

"ฉันขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?" ยูสึเกะลองถามสึคาสะดู คนแบบหมอนี่คงไม่ยอมฟังอะไรแบบนี้หรอก
"ถ้าไร้สาระล่ะก็ไม่ขอตอบนะ" สึคาสะพูดลอยๆแต่จริงจังพลางหันไปมองเพื่อนหนุ่มร่างเล็กกว่า

"ฉัน.. จะอยู่โลกนี้กับอาเนะซัง หรือว่าจะเดินทางต่อไปเรื่อยๆดีล่ะ"  ปากบางผ่อนลมออกมาเบาๆ สองแขนนั่งโอบเข่าก้มหน้า ดวงตาประกายเหม่อมองไปบนพื้นดิน
"คิดว่าถ้ายาชิโร่ยังอยู่จะบอกนายว่าอะไรล่ะ" สึคาสะตอบคำถามด้วยการถามกลับ ใบหน้าของเพื่อนหนุ่มแสดงอาการไม่เข้าใจ
"..." ร่างบางไม่ตอบ แต่กลับถอนหายใจออกมาหลายครั้ง

...ไม่มีเสียงอะไรออกมาจากปากของทั้งสอง ทำให้ตอนนี้อยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบอีกครั้ง...

"ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย.." หยาดน้ำหยดเล็กเริ่มคลอที่ตาสวยทั้งสองข้าง ตอนนี้เลือกอะไรไม่ถูก เพราะเขาทั้งรักอาเนะซัง ทั้ง...สึคาสะ....
"ทำตัวขี้แยไปได้" ร่างสูงกว่าบ่นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก อาการไม่พอใจแสดงออกชัดทางสีหน้า
"ฉันเองก็ไม่ได้รู้จักยาชิโร่อะไรนักหนา แต่ฉันคิดว่าผู้หญิงอย่างยาชิโร่ก็คงบอกให้นายเดินทางต่ออย่ามัวแต่จมอยู่กับความหลังเก่าๆหรอกมั้งนะ"
"นั่นสินะ.. อาเนะซังก็คงจะบอกแบบนั้นแหละ" ตอนนี้ยูสึเกะกลั้นความเศร้าไว้ไม่อยู่แล้ว ร่างบางสะอื้นออกมา หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงบนพื้นดิน

...ไม่ได้ร้องไห้เพราะสึคาสะตอบแบบไร้จิตใจ   แต่เป็นเพราะเขาเหงาในแบบที่ไม่เคยเป็น...

"ยูสึเกะ..." สึคาสะไม่พูดอะไรไปพักหนึ่งก่อนจะเขกหัวยูสึเกะแรงๆทีนึง
"เจ้าบ้า! เอาแต่ร้องไห้อยู่ได้ ถ้านายมัวแต่ร้องไห้ ยาชิโร่จะเป็นห่วงเอานะ"
"อีกอย่าง ยูสึเกะที่ฉันรักน่ะไม่ได้ขี้แยขนาดนี้" สึคาสะแก้มแดงเล็กน้อย

"เจ็บนะ..!" มือบางลูปหัวป้อยๆ เล่นเขกมาซะเต็มแรงขนาดนั้น ไม่เจ็บมันก็ไม่ใช่คนแล้ว
"ว่าแต่ที่นายพูดเมื่อกี้.. มัน..จริงเหรอ..?" ใบหน้าสวยหันไปหาคนที่นั่งทำหน้าเขินอยู่

...ที่ได้ยินเมื่อกี้ นายบอกว่า "รัก" ฉันจริงๆใช่มั้ย? สึคาสะ...


"...." สึคาสะไม่ตอบอะไรได้แต่ทำหน้าปั้นยากอยู่อย่างนั้น
"ว่าแต่ดีขึ้นรึยังจะได้นอนกันซักที"

           ยูสึเกะไม่สื่อสิ่งใดออกจากปาก  แต่สื่อด้วยกายของเขาที่ค่อยๆเอนลงไปที่ไหล่กว้างของร่างสูง ...อบอุ่นกว่าที่โลกของเขาซะอีก

 


"ขออยู่อย่างนี้ซักพักนะ สึคาสะ" เปลือกตาบางปิดตัวลง รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นที่ใบหน้า

...ตอนนี้ไม่ว่าสึคาสะจะพูดอะไร ร่างบางก็ไม่สนใจแล้ว...

"อ้าว ยูสึเกะ เฮ้อ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก" ร่างสูงกว่าบ่นออกมาเบาๆ
.
.
"ขอนอนเลยละกัน" ร่างบางพูดเสียงอู้อี้ในคอ ค่อยๆเลื่อนตัวลงมาหนุนตักแข็งแรง แค่หัวถึงเสียงกรนเบาๆก็ดังออกมาซะแล้วสิ
"...เป็นหวัดขึ้นมาไม่รู้ด้วยล่ะ" สึคาสะบ่นออกมา แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสียแล้ว

....
......................

           รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ส่องแสงเข้ามาทางหน้าต่างของบ้านฮิคาริ  เรื่องราวของเมื่อยามกลางคืนที่ผ่านมา ยูสึเกะที่นอนตากลมอยู่ทั้งคืนโดยที่สึคาสะไม่ปลุกเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาที บัดนี้ยูสึเกะก็..นะ..

"แค่ก..." เสียงไอดังขึ้นมาจากร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง บนหัวมีผ้าชุบน้ำวางไว้อยู่ ยูสึเกะกำลังเป็นป่วย ก็เพราะว่าเมื่อคืนหลังจากที่เขาหลับไปแล้วสึคาสะก้เล่นปล่อยเขาทิ้งไว้ที่ระเบียงนั่นไม่ปลุกเขากลับไปห้องด้วย


...ที่เข้ามาได้นี่ก็เพราะว่าตอนเช้าสึคาสะเห็นยูสึเกะยังนอนอยู่ที่เดิมเลยพาเข้ามานั่นแหละ...

"สมน้ำหน้า" สึคาสะกล่าวเยาะเย้ยเมื่อเดินเข้ามาในห้องเพื่อดูอาการของอีกฝ่าย
"อย่ามาเยาะเย้ยฉันแบบนั้นเซ....แค่ก.." ยูสึเกะต้องยอมสงบโดยดี อาการป่วยของเขานั้นทำให้ทั้งเรี่ยวแรงทั้งเสียงหายไปอย่างที่ไม่เคยคาด
"เอ้านี่ น้ำผึ้งผสมมะนาว" สึคาสะยื่นแก้วใส้น้ำให้อีกฝ่าย ซึ่งก็รับไปแต่โดยดี
"ขอบใจ"
.....
"เออนี่ สึคาสะ ฉันเลือกได้แล้วล่ะ.." ยูสึเกะเงียบไปชั่วอึดใจ "ฉัน.. จะเดินทางไปเรื่อยๆนี่ล่ะ จนถึงวันนั้น..."
"วันนั้น?"
"ก็ฉันน่ะ เป็นคนจากโลกอื่น ซักวันฉันก็คงต้องกลับไปที่โลกของฉันนั่นแหละ" ยูสึเกะยิ้มให้สึคาสะ รังสีความแสบตาแผ่ซ่านออกมาทำเอาใจเต้นหนัก

"อา..." สึคาสะตอบรับ นึกใจหายเหมือนกันถ้ายูสึเกะจะต้องกลับโลกของตัวเอง

...มีวันเจอ ก็ต้องมีวันจาก...

...ถ้ามีวันจาก ก็ต้องมีวันที่พบเจอ...

...จนกว่าจะถึงวันนั้น...

"ยูสึเกะ.. ฉัน.." สายตาเฉียบคมของร่างสูงจ้องไปที่ใบหน้าเรียวของร่างที่นอนอยู่บนเตียงที่แฝงไปด้วยความโหยหา
"ฉันน่ะ.." สึคาสะพูดออกมาไม่จบประโยค กายกำยำค่อยๆดันตัวเข้าไป มือแกร่งเลื่อนไปลูบหัวของยูสึเกะด้วยความอ่อนโยน

          นัยน์ตาที่มองร่างบางไม่เหมือนกับเวลาปกติที่สนทนากัน ภายในดวงตานั้นมีแต่ภาพของยูสึเกะสะท้อนอยู่ทั้งสองข้าง ริมฝีปากบางของร่างเล็กถูกประกบเข้ามาโดยที่ไม่รู้สึกตัว สึคาสะจูบยูสึเกะต่อเนื่องและหนักหน่วงจนลืมไปว่าคนๆนี้กำลังป่วย แขนข้างที่ว่างอยู่ค่อยๆโอบกอดเจ้าของแก้มแดงระเรื่อ จนผ่านไปซักพักสึคาสะเริ่มสังเกตุว่าคนตรงหน้าจะไม่ไหวแน่ถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปจึงยอมถอนตัวแต่โดยดี

"คงไม่ต้องพูด นายก็คงรู้ว่าฉันจะบอกอะไรแล้วสินะ?" สึคาสะชายตามองแล้วเอ่ยในแบบหยิงยโสของตัวเองหลังจากที่ลุกออกจากเตียงกำลังจะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้เจ้าของห้องนั่งนิ่งกับการกระทำที่สึคาสะทำไปเมื่อกี้

...เมื่อกี้ นายบอกว่า "รัก" ฉันทางอ้อมงั้นเหรอ...


"เดี๋ยว! สึคาสะ!" ยูสึเกะตะโกนเรียกคนที่กำลังจะเดินออกไป พร้อมกับออกตัววิ่งไปหาโดยไม่สนใจอาการป่วยของตน
แขนบอบบางทั้งสองข้างรวบตัวสึคาสะเข้ามากอดจากด้านหลัง ใบหน้าคมซบลงไปที่แผ่นหลังกว้าง

สึคาสะทำอะไรไม่ถูก จู่ๆคนที่เค้าไม่เคยคิดว่าจะทำอะไรแบบนี้จะวิ่งรี่เข้ามากอด จะทำได้ก็แต่..

"เฮ้! นายจะวิ่งมาทำไมน่ะ เดี๋ยวก็ร่วงหรอ.." สึคาสะพูดไม่ทันขาดคำ ตอนนี้คนตัวเล็กไม่มีแม้แต่แรงที่จะยืน ทรุดตัวลงกับร่างใหญ่ โชคดีที่สึคาสะตั้งตัวไว้ทันเลยจับไว้ทันก่อนที่จะถึงพื้น
"ยูสึเกะ.. ยูสึเกะ!" สึคาสะลองเขย่าร่างที่อยู่ในอ้อมแขน แต่ปฏิกิริยาตอบรับมีแค่เสียงหอบหายใจถี่รัวเท่านั้น สึคาสะแตะหน้าผากจึงได้รู้ว่าอุณหภูมิของร่างกายนั้นสูงขึ้นกว่าตอนที่เขาเข้ามาในห้องนี้มาก สึคาสะต้องค่อยๆอุ้มยูสึเกะด้วยความระมัดระวังไปที่นอนประจำ 

"..สึคาสะ" เสียงเพ้อขานชื่อคนที่รักออกมาจากลำคอ เปลือกตาที่ลืมไม่ค่อยขึ้นปรือขึ้นมามองหน้า "อยู่กับฉันก่อนได้มั้ย?"
"..ได้แค่วันนี้เท่านั้นนะ.." แววตาแฝงไปด้วยความห่วงใยดูร้อนรนตัดกับท่าทางและน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นของสึคาสะ
"อืม.. แค่วันนี้ก็ยังดี......."

          พอสึคาสะเห็นยูสึเกะค่อยๆหลับลงไปจนหลับสนิท มือขวาที่ใช้จับการ์ดเพื่อช่วยเหลือคนในแต่ละโลก ตอนนี้มือนั้นได้จับมือของยูสึเกะไว้ ราวกับจะช่วยทำให้หายเหงา
เวลาผ่านไป ทั้งสองคนนอนหลับไป ....โดยที่สึคาสะนอนกุมมือฟุบหลับเข้าสู่ภวังค์นิทราไปพร้อมกับคนรัก....

...หวังว่าถ้าเจ้านี่ตื่นขึ้นมาจะไม่ตกใจหรอกนะ...

The End..

 

 

 

ฟิคเรื่องที่สองของดีเคดเจ้าค่ะ.... แต่งกับฮิเดะซังเมือนเคย..

 

อยากจะบ้าตาย... สึคาสะ... เสะได้เสะดี เกลียดแกแต่รักโว้ยยย (เอ๊ะ ยังไง)

 

วันนี้ก็นั่งดูดีเคดตอนใหม่ ท่าไฟนอลฟอร์มไรด์ของเด็นโอก็...เสื่อมได้อี๊ก----

แต่นะ.... สนุกดีแหละ มีฉากให้จิ้นวายตั้งฉากนึง *0*

 

ว่าแล้วก็ขอตัวไปอัพอีกเอนทรี *0*

[Fiction Kiva] If me is Bat or Man.. You Love me too? P.2

posted on 20 Jan 2009 21:23 by yusayo1994  in FicTion

วะเหวย..... ห่างหายจากฟิคนี้ไปราวๆครึ่งปี...........

กะจะลงไม่ได้ลงซักกะที แง่ม.........

ไม่พูดมากกว่านี้ละ ลงเลยละกัน

 

 

Title : ถ้าผมเป็นทั้งมนุษย์และค้างคาว คุณจะรักผมมั้ย?
Fiction : Kamen Rider Kiva

Pair : KivatBat 3 Rd x Kurenai Wataru 

Scene 2 :

ในวันที่อากาศแจ่มใส นกร้องดังจิ๊บๆบ่งบอกว่าวันนั้นเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง
แต่รู้สึกว่าในบ้านหลังหนึ่งมีคนกำลังฝืนตัวเองที่ถ่อสังขารมานั่งทำไวโอลินที่ค้างไว้จากเมื่อวาน ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่สบายอยู่

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเมื่อคืนเด็กหนุ่มลงไปแช่น้ำในอ่างยาวนานมากกว่า 2 ชั่วโมงในสภาพอากาศที่ราวกับจะทำให้น้ำร้อนเย็นลงได้ทันที
..ให้ตายสิ เจ้าวาตารุเอ๋ย..

"เฮ้ เจ้าน่ะไปนอนก่อนเถอะ ไว้ฟื้นตัวแล้วค่อยมานั่งทำต่อก็ได้นี่นะ เฮ้ เจ้าฟังฉันอยู่รึปล่าวเนี่ย!" ค้างคาวตัวน้อยแต่ดูเหมือนว่าอายุจะไม่น้อยตาม
ส่งเสียงเป็นเชิงขอร้อง เพราะดูท่าทีว่าเจ้าหนูคุเรไนตรงหน้าเนี่ย จะไม่ไหวเอาซะแล้ว
"....ถ้าทำค้างเอาไว้...มันไม่สบายใจน่ะ...." คุเรไน วาตารุที่แก้มแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ว่าเบาๆ เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอนั้นราวกับจะหายไปได้ทุกเมื่อ
คำพูดที่พูดออกมานั้นแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เขายังคงพินิจพิจารณาไวโอลินที่ตัวเองกำลังทำ นั่งแต่งโน่นแก้นี่อยู่อย่างไม่สนใจเสียงทัดทานของเจ้าค้างคาวตัวน้อย
"ปัดโธ่ วาตารุ นายฟังฉันหน่อยเซ่ ถ้าเจ้าเป็นหนักกว่านี้เจ้าก็ลุกขึ้นมาไม่ไหวยิ่งกว่านี้อีกนะ"


"...โอ๊ย" วาตารุรู้สึกถึงเขี้ยวแหลมทิ่มที่ท้ายทอยของตน รู้สึกเจ็บจี๊ดได้ซักครู่ ร่างนั้นก็ล้มลงไปทันที

"วาตารุ!!!" นั่นคือเสียงสุดท้ายที่วาตารุได้ยิน ก่อนที่สติจะขาดห้วงไป รู้สึกได้ถึงอ้อมแขนอุ่นๆที่รองรับไว้
นัยน์ตาที่กำลังจะปิดเต็มทีเห็นผู้ชายผมยาวสีแดงปนน้ำตาลยืนทำหน้าเป็นห่วง
...แล้วสติของวาตารุก็หายไป...
.
.
.
"อือ......." เสียงครางในลำคอที่เหมือนกับจะโอดครวญต่อคนรอบข้างว่าตนกำลังแย่นั้นดังเบาๆมาจากร่างบนเตียง
วาตารุค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพรอบข้างยังคงคุ้นตาไม่เปลี่ยน นี่เป็นเตียงของเขา... เด็กหนุ่มนักไวโอลินยันกายขึ้นช้าๆ
แน่ล่ะว่าทุกสิ่งรอบตัวยังคงปกติ เว้นแต่เพียงว่าชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่คนที่เขารู้จัก...
ชายหนุ่มผมยาวสีแดงปนน้ำตาล....กำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยเหลือคณา

"คุณ....เป็นใครน่ะ...?" ร่างบอบบางถาม
"..วาตารุ ไม่เป็นไรนะ.. อะ.. ลืมไปเจ้ายังไม่เคยเห็นฉันนี่นะ" ชายหนุ่มปริศนาถอนหายใจเตรียมพ้อมที่จะสาธยายใหม่

"สิ่งที่ฉันบอกไป เจ้าอาจจะไม่เชื่อ แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว ยังไงเจ้าก็รับฟังไว้ละกัน ฉันน่ะก็คือคิวัตแบ็ทรุ่นที่ 3 ที่คอยอยู่เคียงข้างเจ้ามาตลอด 20 ปีที่ผ่านมาไง
มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว ก่อนที่เจ้าจะเกิดมาฉันถูกควีนสาปสั่งให้คอยดูแลเจ้าตั้งแต่เด็กจนโต
ไว้เวลาเจ้าอยู่บ้านคนเดียวแล้วเกิดเหตุการ์ณไม่คาดฝันขึ้นมา นั่นแหละ ควีนเลยบอกให้ฉันเป็นมนุษย์คอยดุแลเจ้าอยู่นี่ไง"

คิแบ็ทเงียบไปซักครู่หนึ่งแล้วโพล่งถามขึ้นมา
"เจ้าสงสัยอะไรรึปล่าว?"
เด็กหนุ่มไม่ตอบ ได้แต่นั่งงงอยู่บนเตียง เขาพยายามกลั่นกรองถ้อยคำของอีกฝ่ายหลายครั้ง นี่น่ะเหรอคิแบ็ท? แล้วควีนที่ว่ามันคืออะไรกัน?
"ขอโทษนะครับ...คือ...ผมไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรเท่าไหร่..." วาตารุใช้คำสุภาพเพราะไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าเชื่อได้มั้ย
แต่ว่าเขาไม่เห็นคิแบ็ทบินวนเวียนแถวนี้ก็เลยค่อนข้างเชื่ออยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ใคร่จะแน่ใจเท่าไหร่นัก
"จริงด้วยสินะ เจ้ายังไม่รู้จักควีน อืม..." ร่างสูงยืนคิดอยู่ซักพัก
"เจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อล่ะ ว่าฉันคือคิแบ็ท เจ้าลองมองดูแถวนี้สิ ค้างคาวตัวนั้นบินวนอยู่แถวนี้รึปล่าว?"
"เจ้าก็ดูที่แก้มข้างซ้ายและคอขวาของฉันก่อนก็ได้ แล้วค่อยพิจารณา" ชายหนุ่มผมยาวชูนิ้มชี้ทั้ง 2 ข้างจิ้มไปที่รอบแผลเป็นคล้ายรอยสักลายบนปีกค้างคาวให้ดู

วาตารุได้ฟังเสียงของอีกฝ่ายให้ชัดเจนขึ้นก็เริ่มจำน้ำเสียงนั้นได้ เขารีบมองหาคิแบ็ททันทีแต่ก็ไม่เจอเจ้าตัวน้อยบินอยู่แถวนั้นเลย
เด็กหนุ่มยืนหน้าเข้าไปใกล้ๆอีกฝ่ายก่อนจะพิจารณาที่แก้มข้างซ้ายกับคอทางด้านขวาอย่างละเอียด...
มีจริงๆด้วย...ตรงนั้นมีรอยเหมือนกับลายบนปีกของคิแบ็ทไม่มีผิด

"คิแบ็ท.......?" ร่างเล็กพึมพำเป็นเชิงไม่แน่ใจ เขาจ้องตาอีกฝ่ายเขม็งอย่างไม่เคยทำกับใครมาก่อน
"นั่นแหละ คือชื่อของฉัน เอาล่ะๆ ฉันมานายฟื้นตัวก่อนดีกว่านะ นายหายดีแล้วค่อยมาคุยกัน" ร่างบางทำตามที่สั่งอย่างว่าง่าย
เป็นเพราะพิษไข้ทำให้เจ้าตัวหลับไปอย่างง่ายดาย

ร่างเล็กนอนหลับอย่างว่าง่ายอย่างที่ไม่น่าเชื่อ ถึงอีกฝ่ายจะบอกว่าตนคือคิแบ็ท แต่...วาตารุก็แอบคิดว่าปฏิกิริยาของตัวเองมันออกจะตายด้านไปหน่อย

 


TBC ครับจ้ะ

 

----------------------------------------------------------------------

ฮิเดะซังเจ้าขรา ออกมาเขียนทอล์กได้มั้ยก๊ะ?

 

อ่า....

 

เอาเป็นว่า...

 

แอบแปะรูปที่วาดเองหน่อยนะ

 

เพื่อนให้วาดให้.... ก็เลยเอากลับมาสแกน...

แอบเครียดกะรูป... หญิงหรือชายวะ....

 

เอ๊ะ... หรือเราวาดแฟนอาร์ตรามอนในคิบะ???????????? (บ้าเรอะ...)

 

 

 

 

ปล.รักเด็กคร่า~~~~~~

ปล2.กลับมาอินเลิฟอีกรอบแล้วเว้ยเฮ้ย... (หลังจากที่นั่งฟื้นฟูจิตใจไป 1 อาทิตย์....)