Fiction : The Love of Flood in SIAM Episode 01

posted on 04 Nov 2011 02:18 by yusayo1994  in FicTion

แต่งอย่างโฮกๆ เพราะพี่เอรุเขียนจดหมายจากพี่กรุงถึงพี่ดิน

วันนี้เอาลงแค่ตอนแรกพอ แชร์ได้นะฮะ แต่อย่าตัดเครดิตออกก็พอ 555

(ถ้าจะก็อปไปลง ให้ใส่เครดิตชัดๆว่าจาก DoubleYuu และต้องไม่แอบอ้างด้วยนะฮะว่าแต่งเอง)

^

^

^

รู้หรอกไม่มีใครเอาไปไหนหรอก แต่กันไว้ดีกว่าแก้น่ะ :3

 

ขอบคุณพี่เอรุสำหรับจดหมายจากพี่กรุงถึงพี่ดิน

ขอบคุณพี่จิ๊บที่ช่วยแก้คำผิดนะคะ >

 

...........................

 

            ถึงคุณดิน

 

            ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนที่พูดเยอะสักเท่าไร และก็รู้ว่าหลังๆ มานี้คุณก็ต้องเหนื่อยกับปัญหา(ของผม)และฝืนที่จะยิ้มออกมา ผมรู้สึกผิดจริงๆ ที่ต้องทำให้คุณลำบาก ..คุณยอมอดทนและปฎิบัติกับผมอ

ย่างจริงใจ ผมขอบคุณคุณดินจริงๆ

 

            ..และขอโทษที่ตัวผมมันช่างอ่อนแอ และโง่เขลาที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้..

 

            จากนายกรุง

 

            …….

 

 

            “เฮ้อ..” เสียงถอดหายใจด้วยความหน่ายใจของร่างสูงเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้ม กระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่อยู่ในมือถุกวางทิ้งลงบนโต๊ะอย่างไม่แยแส คิ้วเข้มขมวดน้อยๆด้วยความไม่พอใจ

 

            ...จะให้พูดซักกี่ครั้งกันนะว่าไม่ได้รบกวนอะไรชั้นหรอกน่ะ 

 

            ทันทีที่ความคิดนั้นขึ้นสมอง เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หมายจะเดินไปยังห้องๆหนึ่งของบ้าน

            ....ห้องเล็กๆของเจ้าของลายมือบนกระดาษโน้ตที่เขาอ่านเมื่อครู่

 

 

            “กรุง ขอเข้าไปนะ” ดินเคาะประตูพลางตะโกนถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วก็รู้ว่าหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ดินยืนเคาะประตูอยู่ชั่วครู่ ประตูห้องก็ค่อยๆเปิดออก ร่างสูงผลักประตูนั้นเข้าไปทันที

            “อ...คุณดิน..มีธุระอะไรกับผมรึปล่าวฮะ?” เสียงพูดด้วยความเกรงใจจากเจ้าของร่างเล็กผู้มีใบหน้าสละสลวย เสียดายเพียงแค่บนใบหน้านั้นถูกบดบังด้วยแว่นสายตาจึงทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัดเจน เรือนผมสีดำขลับเงางามยิ่งกว่าใคร ที่เขาต้องอยู่แต่ในห้องในช่วงนี้เป็นเพราะเขากำลังหลบหน้าใครบางคนอยู่

 

 

          ..คนที่ไม่ว่ายังไงดินก็ไม่ยอมที่จะให้เข้าใกล้เด็ดขาด 

 

 

            ดินหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มสีขาวสะอาด ถอนหายใจอีกรอบแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าหวานนั้นด้วยสายตาที่เดาไม่ออกมากำลังคิดอะไรอยู่ กรุงที่ไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ตอนนี้จึงได้แต่ยืนงงอยู่หน้าประตู

 

 

            “โน้ตที่เขียนมาให้อ่าน..ฉันได้อ่านแล้วนะ” ในที่สุดบรรยากาศกดดันก็ถูกทำลายโดยเสียงของผู้มาเมื่อครู่

            “ครับ.....”

 

            “ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่รึไง..ว่าไม่ต้องคิดมากน่ะ”

            “แต่..คุณดินต้องบาดเจ็บเพราะผมมาหลายครั้งแล้ว...”

 

            “ไม่เป็นไรหรอก..” ผู้มาใหม่ยิ้มให้กับร่างบางที่ยืนเกร็งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เมื่อครู่ ลอบถอนหายใจเบาๆแล้วใช้มือตบที่นั่งบนเตียงสองที เป็นเชิงว่าให้มานั่งด้วยกันซึ่งกรุงก็ยอมทำตามที่ดินขอ ใบหน้าหล่อคมมองตามร่างเล็กตั้งแต่ยืนอยู่หน้าประตูจนมานั่งข้างๆเขา มือข้างที่ตบที่นอนเมื่อครู่ยกขึ้นแล้วจับเข้าที่ไหล่บาง ดึงตัวเข้ามาใกล้ๆ ส่งผลให้ศีรษะเล็กๆนั่นซบเข้ากับไหล่ใหญ่ของดินพอดี

 

 

 

            “ไม่ต้องเกรงใจหรือคิดอะไรมาก ที่ฉันทำไปทั้งหมดนี่ก็เพราะปกป้องนายทั้งนั้น..” มือที่จับไหล่เมมื่อครู่ย้ายขึ้นมาไว้บนหัว ลูบขึ้นลูบลงราวกับปลอบประโลมเด็กน้อยที่โดนพ่อดุมา

            “ครับ..” ศีรษะเล็กที่ถูกลูบเมื่อครู่ค่อยๆเอนซบลงกับไหล่ใหญ่เป็นเชิงขอบคุณ ดวงตาภายใต้แว่นเหม่อลอยมองพื้น แม้จะได้ยินคำปลอบประโลมจากคนที่กำลังดูแลการใช้ชีวิตอยู่กับหูตัวเอง แต่ความกังวลใจก็ยังไม่หายไป

 

 

 

            กรุงขยับตัวออกมาจากอ้อมแขนของดิน เพ่งมองรอยแผลเป็นบริเวณหัวคิ้วและลำคออย่างรู้สึกผิด มือบางเลื่อนไปจับรอยแผลเก่าแถวๆคิ้ว ลูบมันเบาๆช้าๆราวกับกลัวว่าเจ้าของแผลนี้จะเกิดเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง นี่บังไม่รวมกับรอยแผลใหม่บริเวณปากที่พึ่งได้มาสดๆร้อนๆเมื่อเช้านี้อีก

            ดินยิ้มรับเมื่อเห็นท่าทีเป็นกังวลของกรุง สัมผัสเบาๆนี้ทำให้ความหงุดหงิดเมื่อครู่หายไปในทันที

 

 

            จริงๆแล้วกรุงควรจะออกไปเดินเที่ยวเล่นกับดินอย่างสบายใจ หรือไปร้านค้าของเซ็น***เพื่อพบกับเพื่อนคนอื่นๆ แต่เพราะช่วงนี้มีเรื่องที่ไม่พึงใจเกิดขึ้น

            ผู้หญิงที่เคยเป็นอดีตของกรุงกำลังกลับมาทวงคืนความรักเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น แปลกดีที่เมื่อก่อนเธอคนนั้นมีนิสัยอ่อนหวานราวกับนางฟ้ามาโปรด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสายธารที่ไหลเข้ามาเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน พาลทำให้ร่างกายของกรุงแย่ลงทุกครั้งที่ได้พบกับผู้หญิงคนนั้น ทางผู้ใหญ่ของกรุงจึงต้องเร่งหาคนที่จะมาป้องกันไม่ให้กรุงต้องเจอกัน ..คือการจ้างดินและทรายมาช่วยกันน้ำไม่ให้เข้าใกล้กรุงอีก

 

 

 

 

 

            ติ๊ง...ต่อง....

 

 

            “ชิ...ไม่เลิกไม่ราจริง..” ร่างสูงจำเป็นต้องเดินออกจากห้องเล็กนั้นอย่างเสียดาย ดินเดินทำท่าฟึดฟัดออกไปจนถึงรั้วหน้าบ้าน และก็คิดไว้ไม่ผิดคนที่มาเยือนอยู่หน้าบ้านนั้น...

 

            ……ยัยน้ำ!!!!!!!!

 

 

To be Continued

 

 

***เซ็น - ห้างเซ็นเทรัลเวิร์ลไงฮะ 555

ไม่ได้อัพ category HBD นานแค่ไหนแล้วเนี่ย.....
 
วันนี้วันพิเศษ วันที่ใครบางคนเกิดมาบนโลกนี้
 
 
ไม่เคยพบไม่เคยเจอคนที่ทำให้เป๊ะทุกอย่างขนานี้ วาดรูปก็เก่ง เสียงก็เพราะ จินตนาการเป็นเลิศ เป็นที่รักของทุกคนด้วย..
 
 
ยังคงอัพยูทูบไม่เป็น จิ้มไปดูละกันนะฮะ
 
 
 
ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจมาตลอดนะคะ..ถ้าไม่มีพี่ ยูก็คงวาดรูปคนผมยาวไม่เป็น เล่นกีตาร์ไม่เป็น (เอ่อะ อันนี้ควรขอบคุณพี่นัทสิ 5555)

วันนี้กลับบ้านหลังจากที่ไปนอนบ้านน้องเพราะเมื่อวันเสาร์ไปดูคอนมิวสิคมาราธอน

 

รถเมล์สาย 164 เป็นเป้าหมายของสายตาที่อนุสาวรีย์ ปลายทางคือวงเวียนใหญ่ (สุดท้ายก็แวะ CTW จนได้..)

 

ระหว่างทางไปก็นั่งชิลล์ไปเรื่อยๆ

 

 

จนถึงช่วงรถติดไฟแดง

 

 

 

ไม่รู้ว่าตอนนั้นอยู่ส่วนไหนของกรุงเทพ ก็เลยมองออกไปนอกหน้าต่าง

 

แล้วก็ได้พบกับบุคคลๆหนึ่ง..

 

 

 

ผู้ชายที่อายุราวๆ 30 นั่งยองๆอยู่หน้าร้านแว่นที่วันนี้ปิดทำการ

 

ในมือมีแปรงทาสีอันเล็กๆ มีทั้งสีเขียว สีแดง สีดำ และปากกาเมจิกหัวเบ้งตราม้า

 

 

 

ชายคนนี้กำลังวาดรูป....

 

วาดรูปในสิ่งที่คนไม่รู้ว่ามันคือรูปอะไร...

 

 

 

 

บนกระดาษที่เขาเขียนอยู่ข้างๆรูปวาด

 

 

 

 

 

“ซื้อ 1 แถม 1 ใบ ... 2 ใบ 200 บาท”

 

 

 

 

ก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะเขียนว่า 1 แถม 1 ทำไม ในเมื่อ 2 ใบมันก็ 200 บาท

 

แต่นั่นก็คงเป็นความคิดที่จะสร้างความประหลาดใจให้คนอ่านนั่นแหละ

 

 

ชายคนนี้เขาก็วาดรูปไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดพัก

 

 

 

อาจจะมีที่คนเดินมาแล้วหยุดดูบ้างเพราะสนใจในฝีมือ

 

บางคนที่เรียนวาดรูปก็หยุดดู

 

บางคนที่เป็นนักท่องเที่ยวก็หันมองแล้วเดินผ่าน แล้วก็เรียกเพื่อนเพื่อวกกลับมาดูบ้าง

 

หรือบางคนอาจจะเดินผ่านไปโดยที่ไม่ชายตามองซักนิด

 

 

 

 

ใครจะสนใจหรือไม่สนใจ

 

 

ชายคนนี้เขาก็ยังคงนั่งวาดมันไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

 

สีสันต่างๆที่แต่งแต้มลงบนกระดาษสีขาวนั้น แม้จะดูไม่ออกว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร

 

 

แต่ชายคนนี้ก็คงคิดในใจว่า

 

 

ถ้าอยากทำในสิ่งที่อยากทำ ก็จงทำต่อไปแม้จะไม่มีใครสนใจก็ตาม...

 

 

 

ขอบคุณชายคนนี้จริงๆที่ทำให้การติดไฟแดงคราวนี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่เคยเป็น

 

 

DoubleYuu